อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity: CBD)

เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นหลังการประชุมสุดยอด ณ นครริโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อปี พ.ศ. 2535 มีลักษณะเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย (legally-binding international treaty) ซึ่งกำหนดแนวทางและหลักกฎหมายทั่วไป สำหรับการบริหารจัดการประเด็นต่าง ๆ ในระดับนานาชาติ เพื่อเป็นพื้นฐานในการจัดทำเป้าหมาย กรอบเวลา กลไกการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ และ/หรือพิธีสารในประเด็นเฉพาะต่อไป

 

อนุสัญญาฯ ได้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2536 ซึ่งเป็นเวลา 90 วัน หลังจากที่มีภาคีให้สัตยาบันลำดับที่ 30 โดยเปิดให้มีการลงนามต่อไปจนถึงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2536 จนได้รับการลงนาม 168 ประเทศ ณ ขณะนั้น ทั้งนี้ การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาฯ สมัยแรก ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 9  ธันวาคม พ.ศ. 2537 ณ เครือรัฐบาฮามาส

อนุสัญญาฯ นี้มีเป้าประสงค์หลัก “เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน” โดยเน้นว่า การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันของทุกคน และตระหนักว่าแต่ละประเทศย่อมมีสิทธิอธิปไตยเหนือทรัพยากรชีวภาพในเขตแดนของตนจำเป็นต้องคำนึงถึงความสำคัญของการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการขจัดความยากจนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ จึงเป็นเสมือนเครื่องมือในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ตามแนวทางและกรอบการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนที่ได้มีการกำหนดไว้ ทั้งนี้ อาจมีการจัดทำความตกลงเพิ่มเติมเพื่อใช้กับประเด็นเฉพาะด้าน โดยประเทศภาคีอนุสัญญาฯ จะตัดสินใจเองว่าจะนำข้อมติแนวทาง และเป้าหมาย/เป้าประสงค์ต่าง ๆ ภายใต้อนุสัญญาฯ ไปปรับใช้กับการดำเนินงานภายในประเทศได้อย่างไร

ข้อมูลเพิ่มเติม
เนื้อหาอนุสัญญา
ภาคีอนุสัญญา
กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล
CBD-COP
ข้อตัดสินใจที่สำคัญ
SBSTTA
รายงานแห่งชาติ
อื่น ๆ

เนื้อหาของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ มีทั้งหมด 42 มาตรา ครอบคลุมประเด็นทรัพยากรพันธุกรรม ชนิดพันธุ์ และระบบนิเวศ หลักการแบ่งปัน
ผลประโยชน์ที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างยุติธรรมและเท่าเทียม เทคโนโลยีชีวภาพ การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ความปลอดภัยทางชีวภาพ
ข้อกำหนดเกี่ยวกับกลไกการเงิน กฎและแนวทางปฏิบัติสำหรับอนุสัญญาฯ และข้อตกลงทางสถาบันที่เกี่ยวข้อง สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

อารัมภบท (Preamble)

อนุสัญญาประกอบด้วยหลักการสำคัญหลายประการ โดยระบุว่า “การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนั้นเป็นภารกิจร่วมกันของมนุษยชาติ แต่ประเทศต่าง ๆ ย่อมมีสิทธิอธิปไตยเหนือทรัพยากรชีวภาพในเขตแดนของตน และมีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์แก่คนในรุ่นปัจจุบันและอนาคตโดยคำนึงถึงบทบาทของสตรีและคุณค่าภายใน (intrinsic value) ของความหลากหลายทางชีวภาพ”

วัตถุประสงค์ (Objectives) (มาตรา 1)
อนุสัญญามีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่

1) การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
2) การใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
3) การแบ่งปันผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม

 

การใช้ศัพท์ (Use of terms) (มาตรา 2)

มีการให้นิยามแก่คำศัพท์ที่สำคัญ เช่น ระบบนิเวศ (ecosystem) ทรัพยากรชีวภาพ (biological resources) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) การอนุรักษ์นอกถิ่น
ที่อยู่อาศัย (ex-situ conservation) เป็นต้น

ข้อกำหนดทั่วไปและขอบเขต (Principle) (มาตรา 3-5)

เป็นการยืนยันอำนาจอธิปไตยของประเทศใด ๆ ทีจะใช้ทรัพยากรของตนให้สอดคล้องกับนโยบายสิ่งแวดล้อมของประเทศนั้นและกำหนดขอบเขตการดำเนินงาน

พันธกรณี (Commitments) (มาตรา 6-20)
วัตถุประสงค์หลักทั้งสามข้อของอนุสัญญา ได้แปลงไปสู่พันธกรณีในมาตรา 6-20 ประกอบด้วยพันธกรณีด้านต่าง ๆ ดังนี้

  • มาตรการทั่วไปสำหรับการอนุรักษ์
  • และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
  • การกำหนดประเด็นและติดตามผล
  • การอนุรักษ์ในถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ
  • การอนุรักษ์นอกถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ
  • การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
  • มาตรการจูงใจ
  • การวิจัยและฝึกอบรม
  • การให้การศึกษาและสร้างจิตสำนึก
  • การประเมินผลกระทบและการลดผลกระทบเสียหาย
  • การเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรม
  • การเข้าถึงและการถ่ายทอดเทคโนโลยี
  • การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
  • ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ
  • การควบคุมดูแลด้านเทคโนโลยีชีวภาพและจัดสรรผลประโยชน์
  • ทรัพยากรทางการเงิน

กลไกของสนธิสัญญา (Mechanism) (มาตรา 27-42)

เกี่ยวข้องกับวิธีปฏิบัติของสนธิสัญญาและพิธีสารภายใต้อนุสัญญาฯ เช่น การไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้ง การรับรองพิธีสาร การแก้ไขอนุสัญญา หรือพิธีสาร การมีสิทธิ
ออกเสียง ความเชื่อมโยงระหว่างอนุสัญญากับพิธีสาร การลงนาม การให้สัตยาบันการยอมรับหรือการเห็นชอบ การมีผลบังคับใช้ เป็นต้น

ภาคผนวก

ภาคผนวก I
การจำแนกระบุและการติดตามตรวจสอบ
ภาคผนวก II  
ส่วน 1 การตัดสินโดยอนุญาโตตุลาการ 
ส่วน 2 การไกล่เกลี่ย

ดาวน์โหลดอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ
ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ

จัดทำโดย : สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

จัดพิมพ์ในประเทศไทยโดย : สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จัดทำโดย : สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

จัดพิมพ์ในประเทศไทยโดย : สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

  • ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ลำดับที่ 188 เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2547 โดยมี สผ. เป็นหน่วยประสานงานกลางอนุสัญญา (national focal point) มีหน้าที่ประสานงานกับสำนักเลขาธิการอนุสัญญาฯ ในการดำเนินการภายใต้การอนุวัตอนุสัญญาฯ เช่น การจัดทำนโยบาย มาตรการ และแผนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดทำรายงานแห่งชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดกิจกรรมเนื่องในวันสากลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น
  • ปัจจุบันอนุสัญญาฯ มีภาคีสมาชิกจำนวน 196 ประเทศ (ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2564)

รายชื่อภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montreal Gobal Biodiversity Framework)

จัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดความมุ่งมั่นของการดำเนินการในทุกระดับเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งนี้ กรอบงานฯ
ได้จัดทำโดยอาศัยแผนกลยุทธ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ค.ศ. 2011-2020 เป็นพื้นฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถนำไปสู่การมีชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ภายในปี
ค.ศ. 2050 โดยจะเป็นกรอบในการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกที่ต่อเนื่องจากแผนกลยุทธ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ค.ศ. 2011-2020
และเป้าหมายไอจิที่สิ้นสุดลง เมื่อปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) เริ่มดำเนินการตั้งแต่ ค.ศ. 2018 ในการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ
สมัยที่ 14 (COP 14) โดยขณะยกร่างใช้ชื่อว่า “กรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพของโลกหลังปี ค.ศ. 2020 (Post-2020 Global Biodiversity Framework)

วัตถุประสงค์

เพื่อกระตุ้นให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินกิจกรรมที่ก่อให้เกิดเปลี่ยนแปลงโดยภาครัฐและทุกภาคส่วนของสังคม รวมถึงชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น
ภาคประชาสังคม และธุรกิจเพื่อที่จะบรรลุถึงผลลัพธ์ตามวิสัยทัศน์ ภารกิจ เป้าหมายและเป้าประสงค์ที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของอนุสัญญา
ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ พิธีสารภายใต้อนุสัญญาฯ ความตกลงพหุภาคีต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพ กระบวนการและเครื่องมือต่าง ๆ

สถานะการดำเนินงานของกรอบงานฯ

การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 14 (CBD COP14) มีข้อตัดสินใจที่ 14/34 เกี่ยวกับการจัดตั้งกระบวนการจัดเตรียมกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพของโลกหลังปี ค.ศ. 2020 (Post-2020 Global Biodiversity Framework) โดยมีการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อจัดทำกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพของโลกหลังปี ค.ศ. 2020 (Open-ended Working Group on the Post-2020 Global Biodiversity Framework: OEWG) และดำเนินกิจกรรมการประชุมหารือในระดับภูมิภาค ตลอดจนการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานในอนาคต

ร่างกรอบงานได้รับการพัฒนาโดยการมีส่วนร่วมของประชาคมโลกผ่านการประชุมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ SBSTTA OEWG รวมถึงการประชุมกลุ่มย่อยเฉพาะประเด็น
ต่าง ๆ ทั้งนี้ เดิมกรอบงานกำหนดให้ได้รับการรับรองในการประชุม CBD COP15 เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2020 แต่เนื่องด้วยวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ต้อง
ขยายระยะเวลาจัดทำกรอบงานฯ ออกไป รวมถึงปรับเปลี่ยนรูปแบบการประชุมต่าง ๆ เป็นรูปแบบออนไลน์ โดยคาดว่ากรอบงานฯ จะได้รับการรับรองในการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาฯ สมัยที่ 15 ช่วงที่ 2 (CBD COP15 Part2) ซึ่งกำหนดจัด ณ นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 8 พฤษภาคม 2565

  • OEWG: การประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อจัดทำกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพของโลกหลังปี ค.ศ. ๒๐๒๐ ครั้งที่ 1 (OEWG-1) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 30 สิงหาคม 2562 ณ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ครั้งที่ 2 (OEWG-2) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-29 กุมภาพันธ์ 2563 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ครั้งที่ 3 (OEWG-3) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม – กันยายน 2564 ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีประเทศโคลอมเบียเป็นเจ้าภาพ
  • SBSTTA: การประชุมคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ วิชาการและเทคโนโลยี ครั้งที่ 23 (SBSTTA23) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤศจิกายน 2562 ณ ประเทศแคนาดา และครั้งที่ 24 (SBSTTA24) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 พฤษภาคม – 9 มิถุยายน 2564 ผ่านระบบออนไลน์
  • การเผยแพร่ (ร่าง) กรอบงานฯ: สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ได้เผยแพร่ (ร่าง) กรอบงานฯ ครั้งที่ 1 หรือ Zero draft of the Post-2020 GBF ผ่านเว็บไซต์อนุสัญญาฯ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 และครั้งที่ 2 หรือ First draft of the Post-2020 GBF ซึ่งเป็นร่างฉบับล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2564 (ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2564)

การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD COP)

อนุสัญญามีลักษณะเป็นกรอบกว้าง ๆ ที่มีความจำเป็นต้องสร้างความชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานสำหรับภาคีอนุสัญญาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำเป็นต้องมีหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการ จึงได้มีการจัดตั้งสมัชชาภาคีอนุสัญญาฯ (Conference of the Party: COP) ขึ้น ตามมาตรา 23 ของอนุสัญญา

หน้าที่ของ COP มีดังนี้

  • กำหนดกฎระเบียบข้อบังคับสำหรับอนุสัญญา และองค์กรย่อยภายใต้อนุสัญญา
  • กำกับดูแลและทบทวนการดำเนินงานภายใต้อนุสัญญา
  • ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
  • รับรองงบประมาณและพัฒนาแนวทางกลไกการเงิน
  • รับรองโปรแกรมงานของอนุสัญญา
  • พิจารณารายงานแห่งชาติ (national report)
  • จัดตั้งหน่วยงานที่ปรึกษาหรือคณะทำงาน/คณะผู้เชี่ยวชาญ
  • รับรองพิธีสารหรือเอกสารแนบท้าย/ภาคผนวก
  • ตัดสินใจ ลงคะแนนเสียง และรับรองข้อมติ

ประธานสมัชชาภาคีอนุสัญญา (COP president)

ประธานสมัชชาภาคีอนุสัญญามีความสำคัญมากในการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญา เนื่องจากเป็นผู้ควบคุมดูแลให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่นตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุดการประชุม ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว ที่ประชุมจะมอบหมายให้รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของประเทศเจ้าภาพหรือผู้แทนดำรงตำแหน่งนี้ โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งประมาณ 2 ปี เริ่มตั้งแต่ได้รับการคัดเลือกในวันเปิดการประชุม (opening plenary) จนถึงวันเปิดการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาสมัยถัดไป โดยจะดำเนินงานร่วมกับสภาบริหารการประชุม (COP Bureau) เพื่อดูแลและการด􀄞ำเนินงานตามข้อมติของสมัชชาภาคีอนุสัญญา และการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายของอนุสัญญา

การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Conference of the Party: COP)

จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1994 ณ เครือรัฐบาฮามาส ครั้งที่ 2 และ 3 จัดขึ้นในปีถัดมาคือ ค.ศ. 1995 แล 1996 จนการประชุม COP สมัยที่ 4 -14 เป็นต้นมาได้จัดการประชุมทุก ๆ 2 ปี โดยเปิดโอกาสให้ทุกภูมิภาคเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโดยสมัครใจอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ การประชุม COP สมัยที่ 15 เดิมถูกกำหนดให้จัดขึ้นใน ค.ศ. 2020 แต่เนื่องด้วยการระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้ขยายเวลาและปรับเปลี่ยนรูปแบบการประชุมโดยแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงที่ 1 เป็นการประชุมระดับสูง (High-level segment) ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2021 และช่วงที่ 2 กำหนดจัดในเดือนเมษายน-พฤษภาคม ค.ศ. 2022

Download คู่มือสำหรับกระบวนการของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

COP สมัยที่วันและสถานที่ประชุมข้อตัดสินใจ (TH)ข้อตัดสินใจ (EN)
1621 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2567
เมืองกาลิ (Cali) หรือ
ซานดิเอโก เดอ กาลิ (Satiago de Cali)
สาธารณรัฐโคลอมเบียจ
15
ช่วงที่ 1 (การประชุมระดับสูง)
11 -15 ตุลาคม 2564
ผ่านระบบออนไลน์
ช่วงที่ 2
25 เมษายน – 8 พฤษภาคม 2565
นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน
14
17 – 29 พฤศจิกายน 2561
ณ เมืองชาร์ม เอล เชค สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์
13
4 – 17 ธันวาคม 2559
ณ เมืองแคนคูน สหรัฐเม็กซิโก
12
6 – 17 ตุลาคม 2557
ณ เมืองพยองชาง
สาธารณรัฐเกาหลี
11
8 – 19 ตุลาคม 2555
ณ เมืองไฮเดอราบาด สาธารณรัฐอินเดีย
10
18 – 29 ตุลาคม 2553
ณ เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ่น
9
19 – 30 พฤษภาคม 2551
ณ นครบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
8
20 – 31 มีนาคม 2549
ณ เมืองคูริติบา สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล
7
9 – 20 กุมภาพันธ์ 2547
ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
6
7 – 19 เมษายน 2545
ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
5
15 – 26 พฤษภาคม 2543
ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา
4
4 – 15 พฤษภาคม 2541
ณ กรุงบราติสลาวา
สาธารณรัฐสโลวัก
3
4 – 15 พฤศจิกายน 2539
ณ กรุงบัวโนสไอเรส สาธารณรัฐอาร์เจนตินา
2
6 – 17 พฤศจิกายน 2538
ณ กรุงจาการ์ต้า สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
1
28 พฤศจิกายน – 9 ธันวาคม 2537
ณ แนสซอ
เครือรัฐบาฮามาส

คณะที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ วิชาการ และเทคโนโลยี (Subsidiary Body on Scientific, Technical and Technological Advice: SBSTTA)

เป็นหน่วยสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ ซึ่งจะประชุมเพื่อศึกษาและพิจารณางานด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการที่จะมีการหารือในการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญา ผลการประชุมของ SBSTTA เรียกว่า “ข้อเสนอแนะ” (recommendation) ซึ่งจะถูกนำไปประกอบการพิจารณาในวาระต่าง ๆ ของการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญา เพื่อให้ได้ข้อมติ

หน้าที่ของ SBSTTA มีดังนี้

  • ประเมินสถานภาพของความหลากหลายทางชีวภาพ
  • ประเมินประสิทธิภาพของมาตรการที่ดำเนินการภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ
  • จำแนกระบุประเด็นใหม่ ๆ ทางวิทยาศาสตร์และวิชาการที่เกิดขึ้นและตัดสินใจว่าประเด็นดังกล่าวอยู่ภายใต้ขอบเขตของอนุสัญญานี้หรือไม่
  • ให้คำแนะนำเกี่ยวกับแผนงานด้านวิทยาศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศในการค้นคว้าวิจัยและการพัฒนาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
  • สนับสนุนการดำเนินงานตามโปรแกรมงานของอนุสัญญาและแผนกลยุทธ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

สภาบริหารคณะที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ฯ (SBSTTA Bureau) ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 10 คน เป็นผู้แทนจาก
5 ภูมิภาค (Sub-Group: SG) ทั่วโลก ภูมิภาคละ 2 คน มีหน้าที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานและการประชุมของ SBSTTA รวมถึงจัดทำวาระการประชุมและควบคุมดูแลการดำเนินการประชุม โดยมีวาระปฏิบัติงาน เป็นเวลาสองปี หรือครอบคลุมการประชุม SBSTTA 2 สมัย

รายงานแห่งชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (National Report on the Implementation of the Convention on Biological Diversity)

ด้วยพันธกรณีของภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) กำหนดให้รัฐภาคีอนุสัญญาฯ ต้องเสนอรายงานต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญาฯ ตามระยะที่เวลาที่กำหนด ซึ่งได้มีการกำหนดให้ส่งรายงานแห่งชาติ ทุก ๆ 4 ปี เพื่อเป็นกลไกสะท้อนความก้าวหน้าการดำเนินงานของประเทศตามข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ โดยมีการจัดทำรายงานฉบับแรก ในปี 2541 และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปี 2561 นับเป็นรายงานฉบับที่ 6

ดาวน์โหลดรายงานแห่งชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ
ฉบับที่ 1
ฉบับที่ 2
ฉบับที่ 3
ฉบับที่ 4
ฉบับที่ 5
ฉบับที่ 6

Biodiversity Conservation in Thailand National Report Implementation of Article 6 of the Convention on Biological Diversity

ผู้เขียน :ฐิติพันธุ์ พุกภักดี ตรวจ/แก้ บรรพต ณ ป้อมเพชร และสิริกุล บรรพพงศ์

จำนวนหน้า : 142 หน้า พิมพ์ครั้งแรก : สิงหาคม 2549

เนื้อหา : เนื้อหาประกอบด้วยสถานภาพ กิจกรรม นโยบาย มาตรการ และแผนการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย สรุปการดำเนินงานภายใต้อนุสัญญาฯ

National Report on the Implementation of Convention on Biological Diversity 2

ผู้เขียน :สิริกุล บรรพพงศ์

จำนวนหน้า : 60 หน้า พิมพ์ครั้งแรก : กันยายน 2545

เนื้อหา : สถานภาพของความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย สรุปการดำเนินงานภายใต้นโยบาย มาตรการ และแผนความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2541-2545 และ นโยบาย มาตรการ และแผนการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ พ.ศ. 2546-2550 การดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ การจัดเครือข่ายข้อมูลข่าวสาร และชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน การส่งเสริมสมรรถนะในการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

National Report on the Implementation of Convention on Biological Diversity 3

ผู้เขียน : สิริกุล บรรพพงศ์

จำนวนหน้า : 64 หน้า พิมพ์ครั้งแรก : มีนาคม 2549

เนื้อหาสถานภาพของความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย จากกรณีพิบัติภัยสึนามิต่อประเทศไทย การดำเนินงานตามอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ประเด็นในความท้าทายและแนวโน้มในอนาคตด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

Thailand National Report on the Implementation of Convention on Biological Diversity (4th National Report on 2009)

บรรณาธิการ : สิริกุล บรรพพงศ์

จำนวนหน้า : 76 หน้า พิมพ์ครั้งแรก : ตุลาคม 2552

เนื้อหา : สถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ในบริบทด้านสิ่งแวดล้อม นโยบาย กฎหมาย และวัฒนธรรม และสรุปข้อมูลของนโยบาย มาตรการและแผนความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ และกลยุทธ์ทั่วโลกว่าด้วยการอนุรักษ์พืช ฉบับล่าสุด ที่ระบุถึงความหลากหลายของพืชในประเทศไทยในภาพรวม และชนิดพันธุ์พืชไทยที่สำคัญและถูกคุกคาม รวมถึงการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ ของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับพันธุกรรม ระดับชนิดพันธุ์ และระบบนิเวศ

Thailand National Report on the Implementation of Convention on Biological Diversity (5th National Report)

บรรณาธิการ : สิริกุล บรรพพงศ์

จำนวนหน้า : 104 หน้า พิมพ์ครั้งแรก : 2558

เนื้อหา : การอนุวัตอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนที่ตอบสนองต่อเป้าหมายไอจิ ตลอดจนสถานภาพ และแนวโน้มของความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย การทบทวนนโยบายและมาตรการ และแผนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2551-2555 และภาพรวมของแผนแม่บทบูรณาการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2558-2564

Thailand’s Sixth National Report on the Implementation of the Convention on Biological Diversity

จัดทำโดย : สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จำนวนหน้า : 244 หน้า พิมพ์ครั้งแรก : มิถุนายน 2562
เนื้อหา : สําหรับการจัดทํารายงานแห่งชาติฯ ฉบับที่ 6 ของประเทศไทย คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 รับทราบผลการประชุม COP13 และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการขับเคลื่อนการดําเนินงานในประเทศ ให้เป็นไปตามมติของการประชุม COP13

แหล่งที่มาของข้อมูล : กองจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

You cannot copy content of this page